ฉบับที่ 7 อาลัยให้กับความหลัง ที่ลืมไม่ลง

เรื่องเก่า-เก่า เอามาเล่าใหม่

หลังจากที่เราทั้งคู่เพิ่งผ่านภาวะ พารานอยด์ มาเมื่อครู่ เพราะวิ่งเล่นวุ่นวายอยู่ในรามตั้งเช้ายันบ่าย  โชคดีที่วันนี้มีป่านมาเป็นเพื่อนด้วย ภาระทีสิตที่เราทั้งคู่แบกรับไว้บนบ่าอันหนักอื้ง .....

ก็ยากที่จะทำเป็นลืม หรือไม่สนใจได้ เราวิ่งเต้นหาอาจารย์ที่ปรึกษากันทั้งวัน ไหว้พ่อขุนขอให้ลูกโชคดี แล้ววันนี้ก็ดีจริงๆดังฝัน อาจารย์ให้การต้อนรับเราดีเกินคาด

เชื่อกันว่าภายใต้ร่มรั้วรามคำแหงและภาควิชาจิตวิทยาอันอบอุ่น แสงสว่างมักส่องลงมาถึงที่ปลายอุโมงค์ ให้แก่เราเสมอ  สมกับคำขวัญมหาวิทยาลัย "เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง" จริงๆ   โล่งอกโล่งใจกันไปเปราะหนึ่งประหนึ่งเรียนจบ ..

จากนั้นเราก็ควงแขนกันไปเดินยิ้มร่าอยู่หน้าราม ตรงไปดูหนังเรื่อง รัก สาม เศร้า กัน ซึ่งฉันตั้งใจจริงๆจังๆ ที่จะไปดูหนังเรื่องนี้อย่างไม่มีเหตุผล เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปดูคนเดียว แต่เมื่อน้องป่านไม่ปฏิเสธ วันนี้เลยมีเพื่อนไปดูด้วย ...

เนื้อหาของหนังดูอึดอัดๆ สับสนๆ เล่าถึงความเป็นเพื่อน หลังจากที่เพิ่งเรียนจบ จากรั้วมหาลัย แล้วอยู่ดีๆเกิดมามีใจให้กับเพื่อนโดยที่ต่างก็ไม่รู้ตัว ตัวแสดงดูอึดอัดๆกันพิลึก อาจจะเป็นเพราะความสับสนไม่เข้าใจ ที่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกลึกๆเอาไว้ในอกอันร้อนรุ่ม วุ่นวายอยู่กับความเปลี่ยนไปในตัวเองก็เป็นได้

มันจึงดูสอดคล้องและเข้ากันๆกับชีวิตของฉันในตอนนี้ที่ดู อึดอัดๆยังไงแปลกๆ  ชอบบรรยากาศของเรื่อง ชอบการสื่อความหมายที่ลงตัวและทำให้รู้ว่าหากเราเกิดหลงรักใครเราก็จะใช้ชีวิตอยู่ในวังวนหรือคำจำกัดความที่เกี่ยวกับเขาคนที่เราแอบรักเสมอๆ

ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำ ให้ฉันคิดถึงเพื่อนสมัยเรียนมัธยม หนังออกแนวดิบๆเถื่อนๆด้วยภาษาที่หยาบ กูๆมึงๆ ตลอดทั้งเรื่อง แต่แฝงไปด้วยความเป็นเพื่อน แต่นี้หล่ะ เป็นเพื่อนไงก็เลยไม่ต้องมีเงื่อนไข

ฉันก็เคยมึงมาพาโวยกับเพื่อนมาเหมือนกัน เวลาคับอกคับใจก็ด่ากันไปแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เช่นมีงเป็นเหี้ยอะไรเนี้ย  หรือกูไม่ชอบแม่งเลยว่ะ หรือ กูรักมันเข้าแล้วว่ะมึงเข้าใจกูไหม  ...อืม กูไม่เข้าใจโว้ยย ก็ผ่านมาแล้วทั้งนั้น  

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เราจะโตขึ้น และต่างคนต่างก็มีทางเดิน
เป็น
ของตัวเอง บางคนกำลังจะแต่งงาน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แต่งกับเพื่อนคนที่เคยเป็นแฟนกันมา หรือบางคนพรุ่งนี้มันอาจจะรักกันก็ได้ ไม่มีใคร รู้ได้   ...เพื่อนไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันทุกเรื่อง แต่ถ้ามันหนึ่งมันเปลี่ยนแปลงไปด้วยสถานะที่ไม่เหมือนเก่า เราต้องเข้าใจกันทุกเรื่อง  โชคดีที่วันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม... 

ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากวันหนึ่งถ้าชีวิตจะต้องเจอสถานการณ์"เพื่อนกูรักมึงว่ะ"ขึ้นมาบ้าง จะจัดการกับมันยังไงดี   อาจจะตอบแบบตัดพ้อเหมือนเรื่องเพื่อนสนิท ตอนที่พระเอกถามดากานดาว่า

                                  "กูรักมึงว่ะ"  แล้วดากานดาก็ตอบกลับไปว่า
                                                          "มาบอกอะไรเอาป่านนี้ " ดี

หรือว่าจะตอบแบบในเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ตอนที่ว่านไปบอกรักซีแล้วซีตอบว่า
"อย่าทำอย่างนี้เลย เราว่ามันไม่เวิร์คหรอก"แล้ววิ่งหนีไป 

                  หรือว่าจะบอกรักอย่างในเรื่องนี้ ตอนที่ฟ้าถามพายุว่า
                          "มึงมาหากูทุกวัน มึงคิดอะไรกับกูรึป่าวเนี้ย"
                                                              แล้วพายุก็ตอบกลับไปว่า
                                                                                  "เออ กูคิด "

ถ้าเป็นเราจะเลือกตอบแบบไหนดี คนอย่างนิ่มผู้หนีปัญหาเป็นนิสัยก็ต้องหนีไปไกลๆจากความรักที่สับสนเช่นนี้เป็นแน่ จริงๆก็แอบคล้ายๆกับฟัาและน้ำที่เมื่อต้องเจอกับปัญหาก็หนีไปไกลๆเพื่อทำใจเหมือนกับเรา เป็นวิธีเผชิญปัญหาที่ได้ผลเสมอสำหรับเรา แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกยังคงติดตามและวนเวียนอยู่ในชีวิตเหมือนเดิม จนกว่าจะเกิดรักครั้งใหม่ขึ้นมาโน้น............


ไปดูกันนะ ถ้าใครยังไม่ได้ไปดู ชวนไปดูเป็นเพื่อนก็ได้ ยินดี ยังดูได้อย่างต่ำอีกรอบสองรอบ แอบน้ำตารินนิดหน่อย ...ให้กับความเป็นเพื่อน คิดว่าหลายคนน่าจะชอบ แต่เรื่องนี้เราชอบจริงๆ


Blog EntryทะเลใจJun 3, '08 6:03 AM
for everyone

ทะเลใจ

ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ จำได้ว่าเด็กมากๆ ชอบเพลงนี้มากๆแต่ไม่เข้าใจความหมาย ออกจะงงๆกับเนื้อหา    ด้วยซ้ำไป.. แต่ได้ฟังเพลงนี้ทีไรก็รู้สึกชอบใจทุกที..

โตขึ้นมาอีกหน่อยก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ จนวันนี้ คิดว่าตัวเองเข้าใจพอสมควรแต่ไม่แจ่มชัดเท่าที่ควร เป็นเพลงที่พูดถึง วัยเยาว์อันแสนหวานกับการโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้ตัวตนขึ้นทุกวันๆ ผ่านเลยมาจนวันนี้ ยิ่งโตก็ ยิ่งกลับหาความหมายอะไรไม่ได้ในชีวิตสักที...ออกเดินทางมาก็มาก..รู้จัก พบเจอผู้คนมาก็เยอะ ทุกข์ โศก เศร้ามาก็มากมาย ทุกครั้งที่หัวใจหนักอึ้งด้วยปัญหา ก็พาตัวเองออกจากวังวนแล้วเดินชนกับคลื่นในทะเล ..

เหมือนชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน
วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย
ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน

เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข....

 



Blog Entry3 วันฉันเดินทางMay 29, '08 4:10 AM
for everyone

3 วัน ฉันอยู่บ้าน อีก 3 วัน ฉันออกเดินทาง
3 วันอยู่งานบวชที่เพชรบูรณ์ 
อีก 3 วันนอนเล่นอยู่กลางสนาม 
    หญ้าหน้าร้อน
3 วันฉันอยู่ท่ามกลางหมอกขาว อีก3 วันฉันเดินทางกลับ...
3 วันฉันไปอยู่อุบล นอนฟังเสียงฝนคร่ำครวญ
3 วันฉันคิดถึงเธอ อีก 3 วันเธอโทรมาบอกว่าลืมกันไปแล้ว
3 วันฉันออกเดินทางไปทะเล อีก 3 วันกลับมาเศร้าที่บ้าน
3 วันฉันทำงานหนักแทบตาย อีก  3 วันต่อมา ฉันหลับเป็นตาย
3 วันฉันกลับไปนอนที่บ้าน อีก 3 วันฉันนั่งเพ้ออยู่กับเพื่อน

ฉันไปไหนมาไหนได้ไม่เกิน 3 วัน ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ 3 วันก็คงเพียงพอแล้ว
สำหรับทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ฉันไม่ค่อยทำอะไรเหมือนๆกันได้เกิน 3 วัน หากไม่จำเป็นจริงๆ

เพราะเป็นคนเบื่อง่าย หรือว่าอาจจะเป็นเพราะเกิดมาเป็นลูกคนเล็ก เอาแต่ใจและไปไหนได้ไม่เกิน 3วัน ก็ต้องกลับบ้าน มาหาความอบอุ่นทางใจ...

3 วันฉันยังอยู่ที่ทะเล อีก 3 วันฉันเดินทางไปภูเขา
3 วันฉันยังมีเธออยู่เคียงข้าง อีก 3 วันเธอไปเดินข้างคนอื่น
3 วันก่อนหน้านี้ฉันเดินคนเดียว วันนี้ฉันยังเดินคนเดียว
3 วันต่อจากนี้ฉันยังเดินคนเดียวเหมือนเดิม ...แต่เปลี่ยนทิศทาง
3 วันแล้วที่ฉันกลับมาเดินในทิศทางที่เหมาะสมกับตนเอง เมื่อหัวใจเคยเปลี่ยนไป
 

อีก 3 วันมันคงกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง...

3วันที่ฉันเปลี่ยนแปลง อะไรๆก็คงจะไม่เหมือนเดิม
เธอจะอยู่กับฉันเกิน 3 ได้ไหม..

อีก 3 วันข้างหน้าใจจะได้ไม่ต้องเหงาอีก...

เขียนในวันที่ 2 พรุ่งนี้ต้องหาอะไรที่แปลกใหม่ทำ ตามประสาคนทำอะไรได้ไม่เกิน 3 วัน


Blog Entryฤดูไม่แตกต่างApr 11, '08 11:31 AM
for everyone



 วันที่ฉันวิ่งไปที่ขอบฟ้า มันทำให้ฉันรู้ว่า "ฤดูไม่แตกต่าง"

1. ฤดูหนาว....ผ่านไป

    เหน็บหนาว..สั่นเทา

    ฤดูใหม่เข้ามา...ร้อนผ่าวรุนแรง

    แสงแดดจ้า...แสบตา(ยิ่งนัก)

     ร้อนรุ้มในใจ..เหงื่อไหลเข้าตา

      2.  ฤดูฝน...หนาวชื้น..

         ฝนตกแล้ว...หยุด

          ฝนตกอีกแล้ว....ก็หยุด

        แต่วันนี้ฝนไม่ตก

             อีกไม่นานฤดูหนาวคงเข้ามาทดแทน...

  3.  ฤดูเหงา..ผ่านไป

     เงียบเหงา..เปล่าเปลี่ยว..

     เมื่อฤดูรักใหม่..เข้ามา..เร่าร้อน..รุนแรง

    พลังรัก..เจิดจ้า..แสบตา

      ร้อนรุ้มในใจ..คลั่งไคล้..ความรักบังตา

        4. ฤดูฝน..คนใจไม่เปลี่ยน

           ฝนตกแล้ว...หยุด

             ฝนตกอีกแล้ว...ก็หยุด

             ....กลัว....

                      อีกไม่นานฤดูเหงาจะเข้ามาทดแทน... 

                    "เจ้านิ่ม" เขียนไว้เมื่อปี 46 ตอนฝนตกใหม่ๆ

 


พอเริ่มอายุมากขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มปฏิสธความสุขที่เคยคิดไว้ ว่าเกิดมาเป็นมนุษย์นี่ดีเสียนี่กระไร เมื่อก่อนไม่

ค่อยเข้าใจผู้ใหญ่เท่าไหร่ เบื่อที่จะฟังเวลามาบ่นนั้นบ่นนี่เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตให้ฟัง โลกนี่น่าอยู่จะตายไป

ทำใจให้มันเย็นๆเข้าไว้ โลกนี้สวยงามน่าอยู่....

ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน สุขและทุกข์แบบวินาทีต่อวินาที ลุ้นจนบางทีเหนื่อยล้า ...เดินหน้า ถอยหลัง

จนเหมื่อยแล้วเหมื่อยอีก สุดท้ายก็ยังหยุดอยู่กับที่ ที่เดิมๆที่คุ้นเคย พยายามทำความเข้าใจกับชีวิตของตัว

เองก็รู้ว่า ความสุขทำให้เกิดความรู้สึกรัก ชีวิตมากยิ่งขึ้น และน้ำตาทำให้เกิดรู้สึกว่า เกลียดจริงๆเชียว ชีวิต

นี้ เมื่อไหร่จะเลิกร้องไห้ แต่หลังจากที่เคยร้องไห้จนน้ำตาท่วมโลกมาแล้ว ทุกวันนี้ต่อมน้ำตาก็ทำหน้าที่ไม่

ดีพอเท่าไหร่

ภูมิคุ้มกันความทุกข์ทำงานอย่างแข็งขัน ทำให้กลายเป็นคนชาชินกับทุกสิ่งที่เข้ามาสัมผัส แม้กระทั่งความ

ทุกข์ประเดประดัง ยังทำอะไรไม่ได้ ....มันกลับฝังลึกลงสู่จิตใต้สำนึกและกลายเป็นฝันร้าย

ไม่น่าหล่ะ ...ช่วงที่ผ่านมาฉันฝันร้ายเป็นประจำ ....

 "ชีวิต" ที่ใครบางคนบนฟ้าลิขิตเอาไว้..มันกำลังทำให้ใครบางคนบนโลก รักและเกลียดไปพร้อมๆกัน 


Blog Entryดูหนังคนเดียว Feb 21, '08 6:32 AM
for everyone

อยู่ดีๆก็อยากดูหนังขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ วันนี้เดินอยู่คนเดียว ...ในเดอะมอลล์งามวงศ์วาน หลังจากทำธุระเสร็จ คิดอยู่นานสองนาน ว่าจะกลับบ้านดีหรือว่าจะไปไหนต่อ ...ตัดสินใจว่าจะลองขึ้นไปดูโปรแกรมหนังก่อน ถ้ามีเรื่องใหนอยู่ในช่วงเวลากำลังจะฉาย ไม่ต้องรอนานจะดู ดูคนเดียวก็จะดู มุ่งมั่นว่ายังไงต้องลองดูหนังคนเดียวอีกสักครั้ง...หลังจากเคยดูมาแล้วแต่รู้สึกเหงา เศร้า ซึมพิกล ต้องลองดูอีกสักทีว่าจะเป็นอะไรอีกไหมคราวนี้.....ลุ้นๆ ขอให้ได้ดูหนังที่อยากดู...

และแล้วก็ประจวบเหมาะจนได้ หนังเรื่องนี้กำลังจะฉายอีกไม่ถึง 5 นาที ตัดสินใจดูในทันที เป็นหนังรักที่ไม่ควรดูคนเดียว ถือเสียว่าเป็นการทดสอบจิตใจของตนเองไปในตัว...

ดูไปได้สักพักก็เห็นว่ามีบางคนมานั่งดูคนเดียวเหมือนกับเรา ..ก็ไม่ได้เหงามอย่างเคย มีความสุขดีแถวทั้งแถวเป็นของเราเพียงคนเดียว มีคู่รักกระหนุงกระหนิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าเรา ธาตุไฟในตัวไม่ร้อนเร้าอย่างที่คิดเอาไว้ ....ดูหนังรักคนเดียวจนจบ..ไปได้ด้วยดี..

P.S. I Love You เป็นหนังรัก แสนจะโรแมนติก สั่นประสาท สะเทือนต่อมอารมณ์ของคนไร้คนรักได้อย่างดีเยี่ยม  ทำให้ความศรัทธาในรักที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เฟื่องฟู หรูหราขึ้นมาได้ คนทำคงไม่รู้ว่ามันช่วยให้หัวใจของฉันซึ่งชาชิน ได้ลิ้มรส และสัมผัสความรู้สึกอยากรักขึ้นมาอีกสักครั้ง  เอาแล้วไหมหล่ะ เมื่อหัวใจวอนหาเรื่อง..แล้วไงสมองจะไม่ทำตาม...

P.S. เพลงในเรื่องนี้เพราะมากๆ ใครที่อยากให้ดู ขอให้ไปดูกันสองคน ข้อร้องอย่าไปคนเดียว...เลยยย


Blog Entryถึง..เธอJan 25, '08 8:10 AM
for everyone

                        "เธอนะ..คลำหัวใจฉันดูสิ..

                  ว่ามันเต้นเป็นยังไง....

                  เร็ว  ช้า ธรรมดาหรือรวน

                                     เต้นกวนเหมือนจวนจะไป

                     บางที..มีเป็นบางเวลา..ไปขวาไปซ้ายย้ายไปตามเธอ...

                     กว่าจะรับรู้กันความหมายนั้น..คงต้องคอยอีกนานแน่

                     ห่วงแต่จะเหลียวแลกันหรือป่าว

                     จะหลอกหรือความจริง..

                     จะทุบทิ้ง..หรือสานต่อให้ยาว..เราเท่านั้นต้องตอบ

                                            เธอนะ..คนรักยังไม่มีสิ

                                  ถ้ามี..ก็มิช่างมัน..ลองคบลองทดลองฉันดู

                                  ถ้าดีก็เป็นเพื่อนกัน..บางทีกลายเป็นจริงเป็นจัง

                                    ......  เป็นพลังใจฝัน..ฝันเป็นของเรา"......

 

 


จริงๆเป็นคนไม่ค่อยจะสันทัดเรื่องการดูดวง ล้วงอนาคตสักเท่าไหร่ อาศัยอ่านเอาตามหนังสือพิมพ์ นิตยสาร เชื่อได้บ้างไม่ได้บ้างพอสบายใจ

ที่บ้านแม่ชื่นชอบนักการทำนายอนาคตในทุกรูปแบบ มีพระที่น่านับถืออยู่รูปนึงเป็นดังที่ปรึกษาให้กับที่บ้านยามรู้สึกเคราะห์หามยามร้าย ให้ท่านช่วยทำนายทายทัก แก้เคราะห์เสดาะห์์ดวง ให้โล่งอกโล่งใจกันไป  เค้าว่ากันว่าท่านดู แม่นยังกะตาเห็น ลูกศิษย์ลูกหาแวะเวียนกันมาอยู่เสมอ เอาไปเล่าให้พี่ๆเพื่อนๆฟังว่าท่านดูดวงให้พี่สาว แม่นจนได้ผู้ชายมาแต่งงานได้กะเค้าเป็นตัวเป็นตน ...เรื่องคู่ใครๆก็อยากรู้อยากมีกันทั้งน้านนน และแล้วเมื่อเวลาได้ พระอาทิตย์ส่องแสง เราก็พากันไปดูดวงกับหลวงน้าสักหน่อยยย เหมือนฟ้าลิขิต อันตัวเรานั้นไม่ได้ตั้งใจไปถามไถ่เรื่องใด หวังให้พี่ๆได้ไต่ถามกันให้สมใจอยาก...

แต่แล้วเมื่อหลวงน้าถามวันเดือนปีเกิด ก็บอกไปว่าไม่ได้ตั้งใจมารบกวนค่ะ ในวันนี้ แต่หลวงน้าใจดีดูแถมให้ใหนๆก็มาแล้ว

เกิดวันจันทร์ ที่ 22 กันยายน 2523 เวลา สองทุ่มกว่าๆ หลวงน้าบอกว่า ปาเข้าไปยี่สิบแปดแล้วนะอีหนู ใจหายวาบบบบ ขึ้นมาทันทีใกล้ย่ำยามเย็นเข้าไปทุกที

ชื่อเล่นว่านิ่ม ตั้งมาได้ไงไม่ยักจะตรงกับนิสัยสักนิด  อันนี้ถูกต้อง


งานที่ทำอยู่ตอนนี้ดีแล้ว ทำต่อไป ต้องทำงานปิดทองหลังพระถึงจะดี
ทำงานออกหน้าออกตาไม่ได้     อันนี้ก็น่าจะจริง

อืมมม คราวนี้มาถึงดวงเนื้อคู่ แอบลุ้นหน่อยๆในใจ เผื่อได้กับเค้าสักคน
หลวงน้าท่านว่า ในบรรดาที่มานั่งอยู่ที่นี่ แม่คนนี้หาคู่ดูแลใจกันอยากที่สุด เพราะว่าดวงคู่ครองตกที่มรณะ กรรมเวร  อันนี้ก็น่าจะจริงอีกเช่นกัน

ไอ้ที่จะลุ้นเลยเลิกลุ้น ไปได้เลย เตรียมตัวขึ้นคาน โหนแคร่ไปตามลำพังให้หนำใจ พี่ๆที่มาด้วยแอบลูบหลังปลอบขวัญ ว่ามันไม่ขนาดนั้นหรอกแก อย่าคิดมากไป...อืมม จ้าาา

หลวงน้าแอบหยอดส่งท้ายว่า อาจจะได้แต่งงานตอนสามสิบเอ็ด มีอยู่คนเดียวเท่านั้นถ้าได้ตรงตามดวงอยู่กันยืด อยู่กันยาวว ไปดูเอาว่าเป็นคู่บุญ หรือ คู่เวร คู่กรรม โอ๊ยยย ไปหาให้เจอละกัน แป๋วววว!!!!

ตอนกลับคนอื่นๆที่ไปด้วยกันก็อิ่มอกอิ่มใจกันดี มีคู่กันทุกคน บ้างก็ว่าจะได้แต่งงานในเร็ววัน เลือกๆเข้าคนไหนคนนั้นได้หมด บ้างก็ว่าให้รีบ ดอกใม้จะหมดสวนอีก สองปีข้างหน้าา เฮ้ออออ ว่ากันไป

ส่วนอิฉัน .. คนดวงคู่มรณะ เดินออกมาแบบหัวใจโหว่งๆ ไม่ได้เศร้านะอย่าคิดมาก รู้ตัวเองดีพอดู ..ไม่ได้กลุ้มนะ ..สบายมาก ปลอบใจตัวเองไปพลาง ทำงานหาเงินอยู่คนเดียวซะให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ สาแก่ใจดีแท้ ..

เล่าให้เพื่อนฟัง ..บอกเพื่อนดวงมันแก้กันไม่ได้โว้ยย เกิดแล้วเกิดเลย ต้องไปเกิดใหม่เท่านั้น เพื่อนมันขำ (เห็นด้วย) ตายละวาา ตรู ตายตอนนี้เกิดใหม่ทันไหมอะ เหอๆ ช่างมัน  เกิดมาท้างที อยู่เป็นหญิงแก่เท่ห์ๆ คนเดียวก็ได้ฟร่ะ ว่าแต่ว่า ใครริจะคลอดลูกช่วงเดือนกันยา จำช่วงตกฝากไว้ให้ดี 22 กันยา น่ากลัวพิลึก..ดวงไม่ดีเพราะไม่มี ผ สระอัว เป็นตัวเป็นตน หุหุหุ ...ดูกันต่อปายยย ...

 


 

โครงการสถาบันเด็กทำสื่อ Kids story เกิดจากการรวมตัวของทีมงานเก่าแห่งเว็บไซด์ www.tv4kids.org  มีความเป็นมาและเรื่องราวมากมายนักกว่าจะก่อตั้งจนเกิดเป็นสถาบันเด็กทำสื่อได้ กว่าครึ่งทีมขออนุญาติออกเดินทางเพื่อไปค้นหาความหมายและคุณค่าในชีวิตอีกครั้งซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้เราบางคนที่เหลืออยู่รู้สึกเศร้าใจถึงแม้ว่าอาจจะแอบใจหายอยู่ลึกๆ เพื่อนร่วมงานของเราอีกคนหนึ่งก็หายไปในช่วงสั้นๆเช่นกันเพื่อไปทำหน้าที่ของผู้หญิงให้สมบูรณ์แบบเพื่อสร้างอนาคตของชาติเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชีวิต....

เราเหลือกันสองคน

เราทำงานภายใต้เงื่อนไขและความกดดันอย่างทีไม่มีใครกล้าถอยเท้าออกจากก้าวที่กำลังเดินไปแม้สักครึ่งก้าว ด้วยความตั้งใจเหลือเกินเพื่อให้เกิดโครงการฯนี้ขึ้น มันเกิดมาจากพื้นฐานความคิดทั้งหมดที่ตอนนั้นเราทั้งสองคนมี ความไม่รู้ย่อมมากกว่าในช่วงแรก ผู้หญิงสองคนทำงานหนัก อย่างไม่ห่วงสวย ถึงแม้จะแอบห่วงบ้างในบางคราวก็ตามที

ผู้หญิงตัวเล็กๆสองสามคนทำงานที่ไม่มีความถนัด และชำนาญ อาศัยว่าใจรัก แต่ใครจะรู้ว่าแค่ความรักในการทำงานมันยังไม่เพียงพอ...สำหรับสายตาของใครๆทุกคน เราช่วยกันประคับประคอง ทดลองและเรียนรู้ ผ่านกระบวนการถกเถียง พูดคุยและถึงขั้นทะเลาะกันในบางครั้งบางอารมณ์ที่เหนื่อยหนักทั้งการงานและ

ความคิด สิ่งหนึ่งที่เป็นกำลังใจให้กับเราคือ รอยยิ้มของใครบางคนที่ส่งต่อมาให้เรากำลังใจที่มองไม่เห็นจากเว็บบอร์ดหรือแม้แต่หนังสั้นเรื่องแล้วเรื่องเล่าที่ส่งผ่านความรู้สึกนึกคิดมายังเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่าเรื่องของเราก็ตาม สายตาของเด็กบางคนบาดลึกเข้าไปในใจลึกเกินกว่าสายตาสบประมาทหลายๆคู่ที่ดูแคลนกัน อย่างไม่รู้ตัว

สุดท้ายปลายสายป่านเส้นนั้น เราโดนประเมินด้วยสายตาและความรู้สึก เมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเรากำลังจะหมดลง แทบไม่มีแรงสู้แรงต้านใดๆได้อีก 

 และมีใครบางคนตะโกนถามว่า หนังสั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างไร

อืมมม ถึงแม้ว่าวันนั้นฉันจะไม่มีโอกาสตอบมันได้ด้วยตัวเอง  หนังสั้นก็ไม่ได้ต่างจากหนังยาวแต่อย่างไร แต่หากเหมือนเรื่องสั้นที่จบเร็วและได้ใจความ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ติสต์บ้าง ลาวเป็นส่วนใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความเปลีี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นคือเมื่อเราดูมันจบความคิดอ่านอย่างใดอย่างหนึ่งของเราจะได้รับการขัดเกลา นั่นคือสิ่งที่คนดูได้ จะนำไปเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน หากคนหนึ่งดูคนหนึ่งเปลี่ยน หนึ่งคนดูบวกกับอีกหนึ่งคนดูบวกกับอีกหนึ่งคนดู จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบทวีคูณ เป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับจิตวิญญาณแบบเงียบและสันโดษ 

และขอให้รู้ว่ามันเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบแล้วใน "คนสร้างหนัง" หรือมันไม่จริง

ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของฉันก่อนลาจาก เราไม่เคยลาจากกันเป็นเรื่องเป็นราวสักที อาลัยอาวรณ์กันอยู่เสมอๆกับการลาจากกับสิ่งที่ได้ก่อมันมากับสองมือ ยกมือซ้ายและมือขวาของตัวเองมาจับกันไว้แน่นๆเมื่อไม่มีใครให้กำลังใจ ก็ให้กำลังใจตัวเองด้วยสองมือที่มี เป็นกำลังใจให้ตัวเองนะ ......บาย บาย KIds story  

  


Pages:1
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help