หลังจากที่เราทั้งคู่เพิ่งผ่านภาวะ พารานอยด์ มาเมื่อครู่ เพราะวิ่งเล่นวุ่นวายอยู่ในรามตั้งเช้ายันบ่าย โชคดีที่วันนี้มีป่านมาเป็นเพื่อนด้วย ภาระทีสิตที่เราทั้งคู่แบกรับไว้บนบ่าอันหนักอื้ง .....
ก็ยากที่จะทำเป็นลืม หรือไม่สนใจได้ เราวิ่งเต้นหาอาจารย์ที่ปรึกษากันทั้งวัน ไหว้พ่อขุนขอให้ลูกโชคดี แล้ววันนี้ก็ดีจริงๆดังฝัน อาจารย์ให้การต้อนรับเราดีเกินคาด
เชื่อกันว่าภายใต้ร่มรั้วรามคำแหงและภาควิชาจิตวิทยาอันอบอุ่น แสงสว่างมักส่องลงมาถึงที่ปลายอุโมงค์ ให้แก่เราเสมอ สมกับคำขวัญมหาวิทยาลัย "เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง" จริงๆ โล่งอกโล่งใจกันไปเปราะหนึ่งประหนึ่งเรียนจบ ..
จากนั้นเราก็ควงแขนกันไปเดินยิ้มร่าอยู่หน้าราม ตรงไปดูหนังเรื่อง รัก สาม เศร้า กัน ซึ่งฉันตั้งใจจริงๆจังๆ ที่จะไปดูหนังเรื่องนี้อย่างไม่มีเหตุผล เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปดูคนเดียว แต่เมื่อน้องป่านไม่ปฏิเสธ วันนี้เลยมีเพื่อนไปดูด้วย ...
เนื้อหาของหนังดูอึดอัดๆ สับสนๆ เล่าถึงความเป็นเพื่อน หลังจากที่เพิ่งเรียนจบ จากรั้วมหาลัย แล้วอยู่ดีๆเกิดมามีใจให้กับเพื่อนโดยที่ต่างก็ไม่รู้ตัว ตัวแสดงดูอึดอัดๆกันพิลึก อาจจะเป็นเพราะความสับสนไม่เข้าใจ ที่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกลึกๆเอาไว้ในอกอันร้อนรุ่ม วุ่นวายอยู่กับความเปลี่ยนไปในตัวเองก็เป็นได้
มันจึงดูสอดคล้องและเข้ากันๆกับชีวิตของฉันในตอนนี้ที่ดู อึดอัดๆยังไงแปลกๆ ชอบบรรยากาศของเรื่อง ชอบการสื่อความหมายที่ลงตัวและทำให้รู้ว่าหากเราเกิดหลงรักใครเราก็จะใช้ชีวิตอยู่ในวังวนหรือคำจำกัดความที่เกี่ยวกับเขาคนที่เราแอบรักเสมอๆ
ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำ ให้ฉันคิดถึงเพื่อนสมัยเรียนมัธยม หนังออกแนวดิบๆเถื่อนๆด้วยภาษาที่หยาบ กูๆมึงๆ ตลอดทั้งเรื่อง แต่แฝงไปด้วยความเป็นเพื่อน แต่นี้หล่ะ เป็นเพื่อนไงก็เลยไม่ต้องมีเงื่อนไข
ฉันก็เคยมึงมาพาโวยกับเพื่อนมาเหมือนกัน เวลาคับอกคับใจก็ด่ากันไปแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เช่นมีงเป็นเหี้ยอะไรเนี้ย หรือกูไม่ชอบแม่งเลยว่ะ หรือ กูรักมันเข้าแล้วว่ะมึงเข้าใจกูไหม ...อืม กูไม่เข้าใจโว้ยย ก็ผ่านมาแล้วทั้งนั้น
ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เราจะโตขึ้น และต่างคนต่างก็มีทางเดินเป็น
ของตัวเอง บางคนกำลังจะแต่งงาน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แต่งกับเพื่อนคนที่เคยเป็นแฟนกันมา หรือบางคนพรุ่งนี้มันอาจจะรักกันก็ได้ ไม่มีใคร รู้ได้ ...เพื่อนไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันทุกเรื่อง แต่ถ้ามันหนึ่งมันเปลี่ยนแปลงไปด้วยสถานะที่ไม่เหมือนเก่า เราต้องเข้าใจกันทุกเรื่อง โชคดีที่วันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม...
ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากวันหนึ่งถ้าชีวิตจะต้องเจอสถานการณ์"เพื่อนกูรักมึงว่ะ"ขึ้นมาบ้าง จะจัดการกับมันยังไงดี อาจจะตอบแบบตัดพ้อเหมือนเรื่องเพื่อนสนิท ตอนที่พระเอกถามดากานดาว่า
"กูรักมึงว่ะ" แล้วดากานดาก็ตอบกลับไปว่า
"มาบอกอะไรเอาป่านนี้ " ดี
หรือว่าจะตอบแบบในเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ตอนที่ว่านไปบอกรักซีแล้วซีตอบว่า
"อย่าทำอย่างนี้เลย เราว่ามันไม่เวิร์คหรอก"แล้ววิ่งหนีไป

หรือว่าจะบอกรักอย่างในเรื่องนี้ ตอนที่ฟ้าถามพายุว่า
"มึงมาหากูทุกวัน มึงคิดอะไรกับกูรึป่าวเนี้ย"
แล้วพายุก็ตอบกลับไปว่า
"เออ กูคิด "
ถ้าเป็นเราจะเลือกตอบแบบไหนดี คนอย่างนิ่มผู้หนีปัญหาเป็นนิสัยก็ต้องหนีไปไกลๆจากความรักที่สับสนเช่นนี้เป็นแน่ จริงๆก็แอบคล้ายๆกับฟัาและน้ำที่เมื่อต้องเจอกับปัญหาก็หนีไปไกลๆเพื่อทำใจเหมือนกับเรา เป็นวิธีเผชิญปัญหาที่ได้ผลเสมอสำหรับเรา แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกยังคงติดตามและวนเวียนอยู่ในชีวิตเหมือนเดิม จนกว่าจะเกิดรักครั้งใหม่ขึ้นมาโน้น............
ไปดูกันนะ ถ้าใครยังไม่ได้ไปดู ชวนไปดูเป็นเพื่อนก็ได้ ยินดี ยังดูได้อย่างต่ำอีกรอบสองรอบ แอบน้ำตารินนิดหน่อย ...ให้กับความเป็นเพื่อน คิดว่าหลายคนน่าจะชอบ แต่เรื่องนี้เราชอบจริงๆ