| |
คือเราคือเพื่อนกัน "เพื่อนเก่า" | |
| Category: | Books | | Genre: | Travel | | Author: | เจ้านิ่ม |
หมายมั่นปั้นมือกันไว้ว่าจะไปเป็นครูอาสาสอนหนังสือเด็กบนด้วยกันสักหน่อย เรากับคิงแน่นอนแล้วว่าไปชัวร์ ตอนนี้กำลังยั่วน้ำลายเพื่อนๆไว้อีกหลายคน เมษ์ หนู เต้ กำลังอยู่ในช่วงสับสนอย่างแรง ...ไปเที่ยวกันให้สนุกกันอีกสักครั้งเถอะเพื่อน..เชียงรายกับฝนประปรายคงอบอุ่นน่าดู ถ้าพวกเราไปด้วยกัน ไปร่วมกันเม้าส์เผาเรือนไอ้พวกที่ไม่ได้ไปกับเรากันเหอะ ขำ ขำ ฮา ฮา กันไป
| Category: | Books | | Genre: | History | | Author: | เจ้านิ่ม |
หลังๆมานี่ฉันมักจะคิดถึงเพื่อนสมัยมัธยมอยู่บ่อยครั้ง คิดถึงแก็งค์สี่สาวไม่หนาวรักของเรา ที่จนวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งชื่อมัน ประกอบด้วยตัวเรา เมษ์ ตั๊ก รุ่ง เนื่องด้วยเราสนิทสนม ติดสอยห้อยตามรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้น เมื่อฟ้าลิขิตให้เรากลับมาเจอกันอีกครั้งโดยที่ไม่มีใครรู้มาก่อน..
ห้องม.4/2 สายวิทย์-คณิตกลายเป็นที่รวมตัวของเราทั้งสี่คนอีกครั้งนึง ฉันยังจำได้ในวันประกาศผลสอบว่าเราจะได้อยู่ห้องไหนมีใครบ้าง รายชื่อที่อยู่ใกล้ๆกับฉันล้วนเป็นชื่อของเพื่อนสนิทตอนม.ต้นเท่านั้น ดีใจมากๆตอนเห็นชื่อเมษ์เพราะว่าเราสนิทกันมาตั้งแต่ม.1แล้ว ยังมีชื่อเพื่อนที่คุันเคยอีกหลายคน คราวนี้ความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตเด็กมอปลายคงมีความหมายพิลึก....
แก็งสี่สาวไม่หนาวรัก มีความเป็นตัวของตัวเองสูงในช่วงแรกๆเรามักจะจับกลุ่มคุยกัน กินข้าวกินขนม ก่อกวน หัวเราะ เล่นตลกกันลำพังโดยไม่สนใจคนอื่นๆในห้อง จนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของกลุ่มอื่นๆที่มักจะชอบมองเราด้วยสายตารำคาญ แต่เราก็ไม่เคยสนใจ ยังคงคุยกันอย่างเมามัน ลามกไปตามเรื่อง สนุกสนานเฮฮา บ้าบอกันไป..เรามักจับจองที่นั่งริมประตูเสมอๆและนั่งเช่นนั้นตั้งแต่ม.4-6 ส่วนในวิชาเฉพาะเช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีวะเราจะพยายามนั่งอยู่หลังๆไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน..
จุดเด่นของเราคือคุยกันเป็นวรรคเป็นเวร ..คุยจนโดนจับนั่งแยก..จนชินชา ..หัวเราะเรื่องเล็กๆน้อยๆเราทั้งสี่คนล้วนมีมุกเด็ดที่ลงตัวเข้ากันได้เสมอ..ความฮาจึงบังเกิดได้ทุกวัน...ช่วงม.4 ปลายๆเทอม ในวิชาชีววิทยาเรานั่งอยู่โต๊ะหลังห้อง มักก่อกวนครูที่สอนอยู่เป็นประจำด้วยไม่ถูกใจในวิธีการสอน เทอมแรกพวกเราทั้งกลุ่มเลยประเดิมเกรด1ในวิชาชีวะกันครบทั้ง 4 คน ยิ่งช่วงหลังๆครูเริ่มไม่สนใจมักมองข้ามกลุ่มของเราไปเหมือนไม่มีตัวตน เมื่อนั้นพวกเราก็เริ่มก่อกวนมากขึ้นเรื่อยๆ บางชั่วโมงก็หลับตาเรียน เขียนหนังสือ บางทีก็ร้องเพลงที่คิดว่าร้องกันเบาที่สุดแล้ว บางทีก็แข่งกันวาดรูป และอะไรอีกหลายๆอย่างและทำทุกอย่างเพื่อฆ่าชั่วโมงเรียนอันแสนน่าเบื่อ ...
เมื่อเกรดชีวะออกมาฉันที่เคยคิดจะเป็นพยาบาลก็ต้องเบนเข็มตัวเองเดินไปในทางสายวิทย์-คณิตอันมืดมน เมษ์ซึ่งเรียนเก่งและอยากเป็นหมอก็แทบสิ้นหวัง ส่วนตั๊กกับรุ่งก็คงเช่นกันพวกเราคงเอาดีทางนี้ไม่ได้จริงๆ สมัยน้้นห้องชีวะจะอยู่ชั้น 1 เวลาเรียนก็จะมีบรรดาเจ้าตูบ(มองดูเลี่ยน) หนังกลับมาเดินเล่นชมสวนหรือบางทีมันก็ตั้งหลักนอนฟังวิชาชีววิทยากับเราไปด้วย แถมด้วยการส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา เนื่องด้วยหนองที่พุพองเต็มตัวน่าสงสารมากๆ ครูก็มักจะได้มันออกไปเสมอๆ จนในเช้าของวันหนึ่งอันเงียบสงบ เจ้าตูบของเราก็ลาโลกไปอย่างสงบในซอกตู้หลังห้องเรียนชีวะนี่เอง วันนั้นทั้งวันพวกเราต้องช่วยกันล้างห้อง..เป็นอันว่าไม่ต้องเรียน 1 วัน ...
ด้วยฤทธิ์เดชสมัยนั้นมากมายก่ายกองและเวลาเรียนก็ไม่ได้เรียน จึงว่างกันพอที่จะช่วกันแต่งกลอนนี้ขึ้นในวันหนึ่ง..เป็นกลอนสดที่คล้องจอง..และแสบสันต์ที่สุดเท่าที่พวกเราจะกวนตีนได้อีกแล้วว
ชีวะยัง อหังกา เดี๋ยวก็ด่า เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ผีเดี๋ยวก็หมา เดี๋ยวให้ตอบเดี๋ยวไม่ให้ตอบ เดี๋ยวตาบอดเดี๋ยวปากเหม็น เดี๋ยวก็เหม็นเช่นอย่างหมา เดี๋ยวก็หมามาแย่งที่ แล้วก็ตีจนหนีหาย มันเลยมาตายตรงหน้า แล้วก็ด่าว่าหมาเหม็น แต่ที่แท้แกอยากเป็น เช่นหมาเหม็นในตู้เอยยย
ช่วยรับผิดชอบไปด้วยกันนะเพื่อน อิอิ ไม่มีใครในห้องเคยรู้ว่ามีกลอนกฏษๆอย่างนี้อยู่ในห้องสองสายวิทย์กะเค้าด้วย ไม่ขอเอ่ยนามคุณครูที่เคารพนี่คือความผิดพลั้งของเด็กไร้สมอง..
ใครจะเชื่อว่าทุกวันนี้ เมษ์เป็นพยาบาลจนได้แม้จะไม่ได้เป็นหมออย่างที่คิดไว้ รุ่งแต่งงานมีลูกหนึ่งเป็นเถ้าแก่เนี้ยโรงน้ำปลา ตั๊กเรียนบัญชีและหันหลังให้วิชาชีวะอย่างถาวร ส่วนเราก็คลุกคลีตีโมงอยู่กับงานเขียนและบางครั้งก็วนๆเวียนๆอยู่ในวงการจิตวิทยาโดยไม่ขอข้องแวะกับชีวะวิทยาอีกต่อไป...ขอบคุณคุณครูผู้สอนที่ทำให้พวกเรามีวันนี้....วันที่ยืนด้วยตัวเองได้...คิดถึงเพื่อนๆทุกคนว่ะ
ขอเปิดตัวด้วยบรรยากาศหน้าหนาว หาวไปหาวมา มองซ้ายมองขวา ลมพัดไหว ใจก็คิดถึงเพื่อน
สมัยยังหยอกล้อหาเรื่องแกล้งเรื่องซนไปวันๆ
แก็งค์สาวไม่หนาวรัก (ที่ไม่ค่อยมีใครยินยอมใช้) เรายังรักกันเหมือนเดิมไหมเพื่อน คิดถึงเพื่อนยิ่งนัก...
แนะนำตัวกันเล็กน้อย ชีวิตในระดับมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน
โรงเรียนชานเมืองกรุงเทพฯที่มีส่วนในการบ่มเพาะให้เป็นคนกินง่าย อยู่ง่าย ไม่ยึดติดในอัตตา
สายวิทย์ - คณิต บนหนทางเด็กวิทย์หัวศิลป์ที่แสนยาก ลำบาก ผ่านมาได้ด้วยการอุปการะจากผองเพื่อนผู้แสนดี
คอยช่วยเหลือยามตกยากอยู่ในห้องสอบ ตากฝน โดนตีมาด้วยกัน
เมษ์,ตั๊ก , รุ่ง ,หนู ,จูน, จันนา,อ้อม,ดา,เล็ก,โอ๊ะ,เต้,เอก,โรจน์,เสริฐ,ไพบูลย์
และอีกมากมายที่ยังไม่ได้เอ่ยนามเราเดินเลยผ่านมันมากว่าเกือน 10 ปีแล้วนะเพื่อน คิดถึงเพื่อนเสมอ
คิดถึงดอกประดู่สีเหลืองประจำโรงเรียน ก่อนเราจากลาดอกชมพูพันธ์ทิพย์สีชมพูพากันล่วงโรย...
ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา ลา ลา ลาก่อนรั้วเขียวเหลืองอันร่มเย็น คิดถึงห้องเรียนของเรา คิดถึงเพื่อนเก่าเหลือเกิน
หลังจากไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันมาร่วมสิบกว่าปีเห็นจะได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทริปคราวนี้จะล่มอีกหรือป่าวว ตั้งใจกันไว้ว่าจะชวนไปเที่ยวเสม็ดเพื่อระลึกความหลังครั้งเมื่อตอนจบม.6 กันไหม่ๆก็เปรี้ยวหาเรื่องเที่ยวกันตั้งแต่ยังไม่โตเต็มที่ สนุกสนานกันน่าดู ถึงแม้ว่าจะกระจัดกระจายกันไป แต่เมื่อไหร่ที่เจอกัน ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ชาวเราจะเหลือไปกันกี่คนก็ตบปากรับคำโดยด่วน เที่ยวกันอีกสักครั้งนะเพื่อนๆ
| | |
|
|