ฉบับที่ 7 อาลัยให้กับความหลัง ที่ลืมไม่ลง

Category:Books
Genre: History
Author:เจ้านิ่ม
หลังๆมานี่ฉันมักจะคิดถึงเพื่อนสมัยมัธยมอยู่บ่อยครั้ง คิดถึงแก็งค์สี่สาวไม่หนาวรักของเรา
ที่จนวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งชื่อมัน ประกอบด้วยตัวเรา เมษ์ ตั๊ก รุ่ง เนื่องด้วยเราสนิทสนม ติดสอยห้อยตามรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้น เมื่อฟ้าลิขิตให้เรากลับมาเจอกันอีกครั้งโดยที่ไม่มีใครรู้มาก่อน..

ห้องม.4/2 สายวิทย์-คณิตกลายเป็นที่รวมตัวของเราทั้งสี่คนอีกครั้งนึง ฉันยังจำได้ในวันประกาศผลสอบว่าเราจะได้อยู่ห้องไหนมีใครบ้าง รายชื่อที่อยู่ใกล้ๆกับฉันล้วนเป็นชื่อของเพื่อนสนิทตอนม.ต้นเท่านั้น ดีใจมากๆตอนเห็นชื่อเมษ์เพราะว่าเราสนิทกันมาตั้งแต่ม.1แล้ว ยังมีชื่อเพื่อนที่คุันเคยอีกหลายคน คราวนี้ความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตเด็กมอปลายคงมีความหมายพิลึก....

แก็งสี่สาวไม่หนาวรัก มีความเป็นตัวของตัวเองสูงในช่วงแรกๆเรามักจะจับกลุ่มคุยกัน กินข้าวกินขนม ก่อกวน หัวเราะ เล่นตลกกันลำพังโดยไม่สนใจคนอื่นๆในห้อง จนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของกลุ่มอื่นๆที่มักจะชอบมองเราด้วยสายตารำคาญ แต่เราก็ไม่เคยสนใจ ยังคงคุยกันอย่างเมามัน ลามกไปตามเรื่อง สนุกสนานเฮฮา บ้าบอกันไป..เรามักจับจองที่นั่งริมประตูเสมอๆและนั่งเช่นนั้นตั้งแต่ม.4-6 ส่วนในวิชาเฉพาะเช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีวะเราจะพยายามนั่งอยู่หลังๆไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน..

จุดเด่นของเราคือคุยกันเป็นวรรคเป็นเวร ..คุยจนโดนจับนั่งแยก..จนชินชา ..หัวเราะเรื่องเล็กๆน้อยๆเราทั้งสี่คนล้วนมีมุกเด็ดที่ลงตัวเข้ากันได้เสมอ..ความฮาจึงบังเกิดได้ทุกวัน...ช่วงม.4 ปลายๆเทอม ในวิชาชีววิทยาเรานั่งอยู่โต๊ะหลังห้อง มักก่อกวนครูที่สอนอยู่เป็นประจำด้วยไม่ถูกใจในวิธีการสอน เทอมแรกพวกเราทั้งกลุ่มเลยประเดิมเกรด1ในวิชาชีวะกันครบทั้ง 4 คน ยิ่งช่วงหลังๆครูเริ่มไม่สนใจมักมองข้ามกลุ่มของเราไปเหมือนไม่มีตัวตน เมื่อนั้นพวกเราก็เริ่มก่อกวนมากขึ้นเรื่อยๆ บางชั่วโมงก็หลับตาเรียน เขียนหนังสือ บางทีก็ร้องเพลงที่คิดว่าร้องกันเบาที่สุดแล้ว บางทีก็แข่งกันวาดรูป และอะไรอีกหลายๆอย่างและทำทุกอย่างเพื่อฆ่าชั่วโมงเรียนอันแสนน่าเบื่อ ...

เมื่อเกรดชีวะออกมาฉันที่เคยคิดจะเป็นพยาบาลก็ต้องเบนเข็มตัวเองเดินไปในทางสายวิทย์-คณิตอันมืดมน เมษ์ซึ่งเรียนเก่งและอยากเป็นหมอก็แทบสิ้นหวัง ส่วนตั๊กกับรุ่งก็คงเช่นกันพวกเราคงเอาดีทางนี้ไม่ได้จริงๆ สมัยน้้นห้องชีวะจะอยู่ชั้น 1 เวลาเรียนก็จะมีบรรดาเจ้าตูบ(มองดูเลี่ยน) หนังกลับมาเดินเล่นชมสวนหรือบางทีมันก็ตั้งหลักนอนฟังวิชาชีววิทยากับเราไปด้วย แถมด้วยการส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา เนื่องด้วยหนองที่พุพองเต็มตัวน่าสงสารมากๆ ครูก็มักจะได้มันออกไปเสมอๆ จนในเช้าของวันหนึ่งอันเงียบสงบ เจ้าตูบของเราก็ลาโลกไปอย่างสงบในซอกตู้หลังห้องเรียนชีวะนี่เอง วันนั้นทั้งวันพวกเราต้องช่วยกันล้างห้อง..เป็นอันว่าไม่ต้องเรียน 1 วัน ...

ด้วยฤทธิ์เดชสมัยนั้นมากมายก่ายกองและเวลาเรียนก็ไม่ได้เรียน จึงว่างกันพอที่จะช่วกันแต่งกลอนนี้ขึ้นในวันหนึ่ง..เป็นกลอนสดที่คล้องจอง..และแสบสันต์ที่สุดเท่าที่พวกเราจะกวนตีนได้อีกแล้วว

ชีวะยัง อหังกา เดี๋ยวก็ด่า เดี๋ยวก็ดี
เดี๋ยวก็ผีเดี๋ยวก็หมา
เดี๋ยวให้ตอบเดี๋ยวไม่ให้ตอบ
เดี๋ยวตาบอดเดี๋ยวปากเหม็น
เดี๋ยวก็เหม็นเช่นอย่างหมา
เดี๋ยวก็หมามาแย่งที่
แล้วก็ตีจนหนีหาย
มันเลยมาตายตรงหน้า
แล้วก็ด่าว่าหมาเหม็น
แต่ที่แท้แกอยากเป็น
เช่นหมาเหม็นในตู้เอยยย

ช่วยรับผิดชอบไปด้วยกันนะเพื่อน อิอิ
ไม่มีใครในห้องเคยรู้ว่ามีกลอนกฏษๆอย่างนี้อยู่ในห้องสองสายวิทย์กะเค้าด้วย
ไม่ขอเอ่ยนามคุณครูที่เคารพนี่คือความผิดพลั้งของเด็กไร้สมอง..

ใครจะเชื่อว่าทุกวันนี้ เมษ์เป็นพยาบาลจนได้แม้จะไม่ได้เป็นหมออย่างที่คิดไว้ รุ่งแต่งงานมีลูกหนึ่งเป็นเถ้าแก่เนี้ยโรงน้ำปลา ตั๊กเรียนบัญชีและหันหลังให้วิชาชีวะอย่างถาวร ส่วนเราก็คลุกคลีตีโมงอยู่กับงานเขียนและบางครั้งก็วนๆเวียนๆอยู่ในวงการจิตวิทยาโดยไม่ขอข้องแวะกับชีวะวิทยาอีกต่อไป...ขอบคุณคุณครูผู้สอนที่ทำให้พวกเรามีวันนี้....วันที่ยืนด้วยตัวเองได้...คิดถึงเพื่อนๆทุกคนว่ะ

doctornaruk wrote on Apr 22
โอ้พระพุทธเจ้าสิตทัตถะ ฉันคิดถึงเรื่องนี้ทีไรก้อขำทุกที คิดถึงเพื่อนๆทุกคนเหมือนกันนะ♥
จากตัวละครตัวหนึงในแก็งค์สี่สาวไม่หนาวรัก ♀
kinginlove wrote on Apr 27
ReviewReviewReviewReviewReview
มีกลอน ดี ดี อย่างนี้ ด้วยหรอ
เข้ามานึกถึง เรื่องราว เก่าๆ ตามประสา คนแ - ๆ ด้วยคน 555+
Add a Comment
How would you rate this book? (optional)
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help